จ.เลย พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 1 ราย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มี.ค.63 ณ ห้องประชุมภูเรือ ศาลากลางจังหวัดเลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วย นายปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย และนายชุมนุม วิทยานันนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ล่าสุดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเลย

 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดเลย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น วัย 19 ปี เข้ารับการตรวจเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา จากการสืบประวัติพบว่าร่วมสังสรรค์กับเพื่อนที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น มีการดื่มสุราและสูบบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกันกับเพื่อนร่วมวง ก่อนที่ 1 ในนั้นจะถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี

 โดยหนุ่มวัย 19 ปี รายนี้ ได้เดินทางกลับมายังจังหวัดเลยตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา และได้มีการไปสังสรรค์กับเพื่อนต่ออีก 11-12 คน ณ สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมืองเลย ซึ่งขณะนี้ทีมสอบสวนโรคของจังหวัดเลย กำลังติดตามสอบสวนเพื่อหาคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มีการใกล้ชิดกับผู้ป่วยในช่วงที่ผ่านมา

 ส่วนผู้ที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังเพิ่มในวันนี้มี 3 รายด้วยกัน โดยรายแรก เป็นชาย อายุ 45 ปี อาชีพขายลอตเตอรี่ที่ต่างจังหวัด ส่วนรายที่ 2 เป็นบุคลากรของสาธารณสุขอำเภอ ขณะที่รายที่ 3 มีอาชีพทำงานอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานี เบื้องต้นพบมีไข้ ไอ และมีน้ำมูก ซึ่งทางแพทย์ได้ทำการส่งผลเลือดตรวจแล้ว คาดทราบผลในวังพรุ่งนี้ (28 มี.ค.63)

 ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดเลยมีผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด 2 ราย โดยทั้ง 2 ราย ได้ทำการพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องแยกโรค ในโรงพยาบาลเลย โดยผู้ป่วยรายเก่ายังไม่แสดงอาการแต่จากการตรวจเสมหะล่าสุดพบว่ายังมีเชื้อโควิด-19 อยู่ ส่วนผู้ป่วยรายใหม่มีอาการไข้ ไอ และมีน้ำมูก ซึ่งทีมแพทย์ได้ตัดสินใจให้ยาต้านไวรัสกับทั้งคู่ ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน จากนั้นจะทำการตรวจซ้ำเพื่อหาเชื้ออีกครั้ง

 ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า หลังจากที่จังหวัดเลยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ได้มอบหมายให้นายอำเภอเมืองและคณะทำงาน พิจารณาการปิดพื้นทีเสี่ยง โดยขณะนี้ทีมสืบสวนกำลังไล่ตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายใหม่ เพื่อจำกัดบริเวณการปิดพื้นที่และนำตัวผู้ที่ใกล้ชิดทั้งหมดมาทำตรวจหาเชื้อ ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนเอาใจใส่และปฏิบัติตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุขให้เข้มงวดกว่าที่ผ่านมา เพราะหากมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ PUI เพิ่มขึ้น จะทำให้เตียงผู้ป่วยที่เตรียมไว้ไม่พอใช้งาน เชื่อว่าหากทุกคนให้ความร่วมมือ เจ้าหน้าที่จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น