อ.ภูกระดึง เปิดงานเทศกาลศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติแห่งประเทศไทยครั้งที่ 18

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 ม.ค.63 ที่บริเวณจุดแลนด์มาร์ค ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานพิธีเปิดเทศกาลศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติแห่งประเทศไทยครั้งที่ 18 จังหวัดเลยครั้งที่ 1 และให้การต้อนรับคณะอาคันตุกะ 17 ประเทศ โดยมี รศ.ดร.อัจฉรา ภาณุรัตน์ ประธานมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ ผู้นำคณะศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ มีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

การจัดงานเทศกาลศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติแห่งประเทศไทย ครั้งนี้เป็นงานที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เป็นวาระที่จังหวัดเลยได้รับเกียรติจากอาคันตุกะศิลปินจากรัฐและประเทศต่างๆ 17 ประเทศ มาร่วมชุมนุมกัน ณ มณฑลพิธีตำบลผานกเค้า อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย แห่งนี้ การจัดงานในครั้งนี้สามารถสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐภาคเอกชน ผู้เอื้อเฟื้อที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภาคประชาชนซึ่งมีวัดเป็นศูนย์กลางและรวมความศรัทธา และภาคราชการ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานและสถานการณ์อันเป็นกลไกการบริหารจัดการแบบพึ่งตนเองและใช้ทุนทางวัฒนธรรมนำหน้าการปกครอง ในรูปแบบ บวรคือ บ้าน วัด ส่วนราชการ สอดคล้องตามพระราชดำริของพระมหากษัตริย์ไทย

ทั้งนี้จังหวัดเลย ขอต้อนรับอาคันตุกะ ศิลปิน ทุกท่าน ซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ ศิลปินระดับนานาชาติ และผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ เกือบทุกมุมโลก ได้แก่ บังคลาเทศ บัลกาเลีย ฮังการี ศรีลังกา อินเดีย อินโดนีเซีย อิสราเอล เกาหลี โมรอคโค เนปาล นากาแลนด์ เม็กซิโก รัสเซีย สาธารณรัฐเชค และ ญี่ปุ่น ได้ร่วมกิจกรรมการให้ หรือที่เรียกว่า ทานทั้งในบุญประเพณีทอดผ้าป่านานาชาติและตักบาตรนานาชาติร่วมกันกับผู้ทรงศีล ปราชญ์ท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ เชื่อมั่นว่าทุกคนจะได้รับความสุขและผลบุญที่ได้ทำร่วมกัน เพราะทานเป็นการให้ที่ไม่ได้เจาะจงและเป็นคุณสมบัติสำคัญของบุญแกริยาที่เป็นกุศล หากได้ทำบ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ จะเปลี่ยนจิตใจให้สงบ และรักความสันติสุข อันจะนำมาซึ่งสันติภาพโลกต่อไป

เทศกาลศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของจังหวัดเลย ร่วมกับมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติจังหวัดสุรินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมวลมนุษยชาติทั่วโลก ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน จะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของประชาชนในแต่ละชาติ ซึ่งจะนำไปสู่ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของมวลมนุษยชาติทั่วโลก นอกจากนี้ ในโอกาสที่มีคณะอาคันตุกะและ 17 ประเทศ มาเยือนชาวอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วโลก ได้รู้จักแหล่งมรดกอันล้ำค่าของภูกระดึง และวิถีชีวิตชาวภูกระดึงได้เป็นอย่างดีและนำไปถ่ายทอดบอกกล่าวสู่อารยะประเทศในโอกาสต่อไป ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว และประกาศรับรองแหล่งมรดกโลกในโอกาสต่อไปด้วย