ปภ.เลย วางแผนงานเข้มบริหารจัดการน้ำให้ฝ่าวิกฤตแล้ง

จ.เลย  หนึ่งในจังหวัดที่ประสบกับภัยแล้ง ฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ น้ำในอ่างแห้ง ประชาชนวิตกว่าจะเกิดภัยพิบัติแล้งหนักหรือไม่  2563  นี้

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 ม.ค.63 ณ  สนง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย นายประมวล ลาภจิตต์ หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารรณภัยจังหวัดเลย กล่าวว่า   สถานการณ์ภัยแล้งปี 2563 นับว่ารุนแรงกว่าทุกๆปีที่ผ่านมากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง 19 จังหวัด

จ. เลย จากการรายงานจากสถานีอุตุนิยมวิทยาเลยว่าตั้งแต่ตั้งสถานีฯมาเมื่อปี 2497 เพื่อตรวจอากาศและตรวจฝน มีฝนเฉลี่ยคาบ 30 ปีคือ 1,237มม./ปี  ปรากฎว่าปี 2562 วัดฝนได้น้อยที่สุดคือวัดได้เพียง 625 มม. นับว้าแล้งที่สุดกว่าทุกปีที่ผ่านมา น้ำตารมลำห้วย หนอง คลอง บึงและอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 14  แห่งมีน้อยกว่าปกติอีกด้วย ประชาชนเป็นห่วงว่าจะมีน้ำอุปโภค-บริโภค เพียงพอหรือจะผ่านวิกฤตแล้งได้หรือไม่  เรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มอบนโยบายให้ส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการบริหารจัดการของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำดำเนินการบูรณาการร่วมกันเพื่อวางมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ตอนนี้เราปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำน้ำเลยฯ วันละ 70,000 -100,000 ลบ. ม./วัน ซึ่งอ่างน้ำน้ำเลย ที่ บ้านสวนปอ ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย มีความจุที่ 35 ล้าน ลบม. ณ ปัจจุบันมีน้ำเหลือ 72% = 25.9 ล. ลบ.ม.  และทำการบริหารน้ำโดยเฉลี่ยปล่อยน้ำ เดือนละ 30 วัน × 100000 = 3 ล้าน ลบ.ม. จาก เดือน มค.-มิ.ย.63 รวม 6 เดือนจะใช้น้ำ 18 ล้าน ลบ.ม.โดยประมาณ ปล่อยลงมาสู่แม่น้ำเลย ลงมาหล่อเลี้ยงพื้นที่ อ.ภูหลวง อ.วังสะพุง  เมืองเลย และ อ.เชียงคาน รวมทั้งสูบน้ำเข้าสระน้ำของการประปาส่วนภูมิจังหวัดเลย เลี้ยง 49 ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงรอบนอก  ขณะที่ปัจจุบันมีน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยวันละ 20,000 - 30,000 ลบ.ม. ที่ต้นน้ำยังมีป่าและชุ่มชื้นซึมเข้าอ่างฯ

หน.ปภ.จ.เลย กล่าอีกว่า ส่วนน้ำในอ่างน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน อ.เมืองเลย จ.เลย ที่ปล่อยน้ำลงมาให้กับการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดเลยใช้เป็นน้ำประปาเลี้ยงเขตเทศบาลเมืองเลยและรอบนอกมาตลอด นั้น ปัจจุบันมีน้ำอยู่ 17 % หรือ 4.7 ล้าน ลบ.ม. เอาเก็บสำรองไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน  สำหรับทั้ง 14 อำเภอก็ให้ใช้งบประมาณ จากงบภัยแล้ง 200 ล้านบาท เข้าดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล ฝาย ล้างเป่าบ่อบาดาลรวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำและอื่น ฯหมู่บ้านละ 13  แห่ง

ด้านการช่วยเหลือแก้ไขยังมีส่วนราชการทั้งเกษตร ชลประทาน การประปา ทำการขุดเจาะบ่อน้ำ ขุดลอกหน้าฝาย เป่า และมีชุดเผชิญเหตุหรือเคลื่อนที่เร็ว เมื่อพบการเผาป่า เผาอ้อย จะแจ้งเข้ามาจากนั้น พงส.จำไปตรวจและลงบันทึกดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM.2.5 ป้องกันมลพิษทางอากาศ รวมทั้งตั้งกลุ่มไลน์เพื่อแจ้งเบาะแส  คือกลุ่มไฟป่า เผาอ้อย ,กลุ่มภัยแล้ง,กลุ่มภัยพิบัติ  กลุ่มสาธารณภัย  แต่ละกลุ่มรับสมาชิกได้ถึง 5,000 คน , ขึ้น และให้แต่ละอำเภอและท้องถิ่นส่งเรื่องงบประมาณ โครงการแก้ปัญหาภัยแล้งมายังสำนักงานจังหวัดรวบรวมนำสู่การประชุม ครม.สัญจร ของบประมาณมาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อไป  ก็ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชนช่วยใช้น้ำอย่างประหยัดเกิดประโยชน์สูงสุด ตรวจสอบระบบรอยต่อ ท่อภายในบ้าน สำนักงาน ด้วย เมื่อเราวางมาตรการ โครงการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบเชื่อว่าจะสามารถฝ่าวิกฤติแล้งปีนี้ไปได้