เหยื่อรวมหนี้อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ลาออกจากตำรวจด้วยน้ำตาเพื่อใช้หนี้

เหยื่อโครงการรวมหนี้ฯ ของ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ระทมมีหนี้สินบ้านและรถถูกยึด เงินไม่มีจะเลี้ยงครอบครัว ตัดสินใจถอดเครื่องแบบตำรวจยศร้อยตำรวจตรีลาออกด้วยน้ำตา นำเงิน กบข.มาจ่ายหนี้เพื่อต่อชีวิต

วันที่ 29 พ.ย.62 ที่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 1 ต.นาดินดำ อ.เมือง จ.เลย ร.ต.ต.ณรงค์ หล้ากันหา อายุ 53 ปี อดีต รอง สว.ป.สภ.นาดินดำ จ.เลย เล่าว่า ตนเองเป็น 1 ใน 229 ราย ตร.ภ.จว.เลย ที่เข้าร่วมโครงการวมหนี้ฯ ของ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เป็นเงิน 3 ล้านกว่า เพื่อหวังเอาเงินจากสหกรณ์ฯ หน้าสหกรณ์ฯไปชำระ หนี้ธนาคารออมสิน ซึ้งเงินก้อนนี้จะต้องนำไปชำระที่ธนาคารออมสิน 1,800,000 บาท ท่านอดีต ผบก.ภ.จว.เลย  แนะนำเงินที่ตนจะต้องไปชำระที่ออมสิน 1,800,000 บาท เอาไปเข้าโครงการฯ  6-7 เดือนแรกก็มีเงินปันผลจ่ายให้ดีอยู่ จากนั้นก็มีปัญหา ท่านก็บอกว่าท่านโดนโกง ผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง ความเดือดร้อนก็มาตกกับข้าราชการตำรวจที่เข้าร่วมโครงการรวมหนี้ฯ เมื่อไม่มีเงินที่จะต้องไปชำระธนาคารออมสิน และตนเองเป็นสมาชิกของ กบข. อยู่ ตัดสินใจลาออกหรือเออรี่จากข้าราชการตำรวจ ก่อนเกษียณ 6 ปีกว่า เพื่อนำเงินของ กบข. มาใช้หนี้ธนาคารออมสิน

เพราะรถที่ใช้อยู่ก็โดนไฟแนนซ์ยึดไปแล้ว บ้านก็กำลังจะโดนฟ้อง ไม่มีเงินที่จะไปจ่ายธนาคารออมสิน ก็ต้องขายรถที่มีอยู่ และอะไรที่ขายได้ไปจ่ายธนาคารออมสิน เพื่อเป็นการยืดเวลาออกไป เพราะโครงการรวมหนี้ฯ นี้แหละแทนที่จะมีเงินเหลือเก็บตอนเกษียณ มีเงินไปจ่ายธนาคาร แต่สุดท้ายไม่มีเงินจึงตัดสินใจลาออกจากข้าราชการตำรวจ ที่เพิ่งติดยศร้อยตำรวจตรีมาได้เพียง 2 เดือน เพื่อนำเงิน กบข.มาใช้หนี้เพื่อเป็นการยืดเวลาต่อชีวิต และเป็นการบรรเทาทุเลา อย่างน้อยสักปี 1 หรือ 2 ปี ถามว่าเสียดายไหมที่ลาออกจากราชการ ก็ยอมรับเสียดายเพราะอายุราชการยังเหลืออีก 6 ปีกว่า ผมลาออกตอนนี้ได้เงิน กบข. มา 700,000 กว่าบาท ถ้าผมอยู่อีก 6 ปีจนเกษียณ ผมจะได้เงินประมาณ 1,400,000-1,500,000 บาท แต่ด้วยสภาวะหนี้สินที่มันบีบรัดจนครอบครัวไม่ไหวจึงตัดสินใจลาออก เพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด เพราะผมไม่มีทางให้เลือกแล้ว พร้อมกับน้ำตาไหล ทุกวันนี้ต้องออกหางานทำ รับจ้างเกี่ยวข้าว ทำทุกอย่างเพื่อมาเลี้ยงครอบครับให้รอด  

โครงการรวมหนี้ฯ ผ่านมาร่วม 2 ปีแล้ว ดูแล้วยังไม่มีความหวังกับคดีนี้เลย คดีจะออกมาแบบไหน มีการอุทธรณ์ต่อ ก็ไม่รู้ว่าพวกตำรวจจะได้เงินมาใช้หนี้ได้เมื่อไหร่ เรื่องก็ไปถึง ป.ป.ง. แล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้า วันนี้คาดหวังเงินที่จะได้คืน 50/50 ส่วนถ้าคดีนี้ความแตกต่างระหว่างเรื่องของตำรวจกับชาวบ้าน คิดว่าเรื่องของชาวบ้านน่าจะเร็วกว่า เพราะเจ้านายจะเอาใจ กลับไม่มาช่วยเหลือลูกน้องตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีตำรวจที่จะต้องตรอมใจตายกี่คน ทุกวันนี้ข้าราชการตำรวจที่เป็นเหยื่อโครงการรวมหนี้ฯ เสียขวัญ เสียกำลังใจ แต่พูดมากไม่ได้ น้ำท่วมปาก เพราะติดระเบียบวินัย พูดไปก็โดนคาดโทษ เหมือนเอาเข็มมาเย็บปากไม่ให้พูด บ้าน รถ ก็ โดนยึด ครอบครัวก็ลำบาก ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาเลี้ยงครอบครัวก็ต้องยอม