ชลประทานเลย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ปี 2563

เวลา 14.30 น.วันที่ 13 พ.ย.62  ที่ โครงการชลประทานเลย  อ.เมืองเลย จ.เลย นายเกรียงไกร  ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเลย เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งปี 2562 ถือว่าหนักในรอบ 65 ปี เนื่องจากทางสถานีอุตุนิยมวิทยาเลย แจ้งมาว่าปีนี้มีปริมาณน้ำฝนเพียง 625 มม. ต่ำที่สุดและต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 50 % กล่าวคือค่าเฉลี่ย 1,237 มม.จึงน่าเป็นห่วงในช่วงหน้าแล้งที่จะมาถึง สำหรับการจ่ายน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคเขตเทศบาลเมืองเลยและรอบนอก จากเคยใช้น้ำจากอ่างน้ำหมานตอนบน อ.เมืองเลย 100 % แต่มาปี 2562 นี้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำน้ำเลย อันเนื่องมาจากกระราชดำริ ที่ อ.ภูหลวง 100 % วันละ 130,000 ลบ.ม.มาตั้งแต่ 1ต.ค.62 ยังมีน้ำรั่วและซึมระหว่างทาง

การแก้ปัญหาภัยแล้ง ปล่อยน้ำลงมาจากอ่างเก็บน้ำน้ำเลย อันเนื่องมาจากกระราชดำริ ต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง ยังถูกสูบจากแม่น้ำเลยเข้าบ่อจัดเก็บน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดเลย 20,000 ล.บม.ต่อวันเพื่อทำประปา อีกด้วย ด้านของแหล่งน้ำหลักที่ผ่านมาคือ น้ำหมานตอนบนมาวันนี้มีน้ำ 20%หรือ 5.6 ล.ลบม.น้ำใช้การได้ 10%  สำหรับปริมาตรน้ำในอ่างที่มีอยู่ 14 แห่ง ณ วันนี้มีน้ำเฉลี่ย 53% หรือ 61 ล.ลบม. ในจำนวนนี้มี 6 ในจำนวนนี้มีน้อยกว่า 30% อยู่ 6 อ่าง น้ำเกิน 70 % อยู่เพียง 2 อ่าง ดังนั้นเมื่อถึงฤดูร้อนปี 2563 จะเป็นอย่างไรหากฝนไม่ตกและสถานการณ์หนักเช่นเดียวกับปีนี้

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเลย กล่าวถึงมาตรการแก้ไขภัยแล้งปี 63 ว่า จึงมีมาตรการบริหารจัดการน้ำเน้นไปที่น้ำ 5 ประเภทประกอบด้วยน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค เพื่อการเกษตร, รักษาระบบนิเวศน์ น้ำเพื่อสำรองหากฝนไม่ตก และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และวันที่ 1ธ.ค.62 เป็นต้นไปจะดึงน้ำจากอ่างน้ำเลย 100,000 ล.บม.จำเป็นต้องสำรองน้ำให้ได้เป็นระยะ 6-8 เดือน ด้านโครงการแก้ไขระยะยาวนั้นในปีงบประมาณ 63  จังหวัดเลยได้จัดสรรงบ 40  ล้านบาท เพื่อขุด ลอก คู  คลอง แม่น้ำเลย ส่วนงบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อทำแก้มลิง หน้าฝาย  นั้นต้องรอการแปรญัตติที่สภาผู้แทนราษฎรการ ส่วนการปลูกพืชหน้าแล้งต้องขอความร่วมมือขากเกษตรกร ประชาชนร่วมรณรงค์ใช้น้ำทุกประเภทอย่างประหยัดใช้น้ำเท่าที่จำเป็นจริงๆ